ระบบไฮดรอลิคในรถฟอร์คลิฟท์

ระบบไฮดรอลิคในรถฟอร์คลิฟท์

ระบบไฮดรอลิคในรถฟอร์คลิฟท์ ระบบไฮดรอลิคมีความสำคัญต่อการใช้งานรถยก ทำงานโดยใช้ของเหลวอัดแรงดันเป็นกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฮดรอลิคสามารถเปลี่ยนของเหลวจำนวนเล็กน้อยให้เป็นกำลังปริมาณมากได้

รถยกส่วนใหญ่ใช้ปั๊มเกียร์และให้การไหลของของเหลวอย่างต่อเนื่องเพื่อจ่ายวาล์วควบคุมไฮดรอลิค วาล์วควบคุมไฮดรอลิคเริ่มต้นและหยุดทิศทางของของไหล และควบคุมตำแหน่งที่ของไหลไหลผ่านแกนม้วนท่อไปยังตัวกระตุ้นที่ต้องการ วาล์วระบายทำหน้าที่เป็นวาล์วนิรภัยเพื่อป้องกันระบบไฮดรอลิคจากแรงดันไฮดรอลิคมากเกินไป สุดท้ายสายส่งกลับซึ่งส่งคืนของเหลวกลับไปที่ถังและทำให้รอบระบบไฮดรอลิคสมบูรณ์

ส่วนประกอบของฟอล์คลิฟท์ มีดังนี้

 1. เสารถฟอล์คลิฟท์ (Mast) คือ อุปกรณ์รางเลื่อนสำหรับให้ส่วนของงาขึ้น-ลง โดยทั่วไปเสารถฟอล์คลิฟท์จะมี 2 ท่อน ซึ่งยกได้ประมาณ 3 เมตร แต่ถ้าต้องการยกได้สูง 5-6 เมตร จะต้องเปลี่ยนเสาให้สูงขึ้น หรือใช้เสา 3 ท่อน (Full Free Mast) เสา 3 ท่อน คือ อุปกรณ์พิเศษของเสา เป็นเสาที่สามารถนำไปใช้ในสถานที่ที่มีความจำกัดได้

 2. งารถฟอล์คลิฟท์ (Fork) คือ อุปกรณ์ที่ใช้ยกสิ่งของต่าง ๆ และงายังเป็นอุปกรณ์ที่ “อันตราย” ที่สุด งานของรถฟอล์คลิฟท์มีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะของสิ่งของที่ต้องการยก

 3. กระบอกไฮดรอลิค (Hydraulic) โดยมาตรฐานรถฟอล์คลิฟท์จะมีกระบอกไฮดรอลิคอยู่ 3 ชุด ดังนี้

   3.1) กระบอกยก คือ กระบอกไฮดรอลิคที่ทำหน้าที่ยกงาขึ้นลง มี 2 กระบอก

   3.2) กระบอกคว่ำ-หงาย คือ กระบอกไฮดรอลิคที่ทำหน้าที่เอียงเสาไปหน้าและหลัง มี 2 กระบอก

   3.3) กระบอกบังคับเลี้ยว คือ กระบอกไฮดรอลิคที่ทำหน้าที่บังคับการเลี้ยวของรถฟอล์คลิฟท์ ในส่วนนี้จะมีกระบอกเดียว

 4. ล้อหน้า (Front Wheel) คือ ล้อที่มีหน้าที่ 3 ประการ ดังนี้

   4.1) รับน้ำหนักบรรทุก หรือ ล้อโหลด

   4.2) ขับเคลื่อน

   4.3) เบรค

 5. ล้อหลัง (Rear Wheel) คือ ล้อที่ทำหน้าที่บังคับเลี้ยวเพียงอย่างเดียว

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกไฮดรอลิค และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกไฮดรอลิค และรับผลิตกระบอกไฮดรอลิคตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
ประเภทและประโยชน์ของเซ็นเซอร์ในระบบไฮดร

ประเภทและประโยชน์ของเซ็นเซอร์ในระบบไฮดรอลิค

ประเภทและประโยชน์ของเซ็นเซอร์ในระบบไฮดรอลิค อุตสาหกรรมไฮดรอลิคเปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อเราเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 การรวมเซ็นเซอร์ประเภทต่าง ๆ เข้ากับระบบไฮดรอลิคช่วยลดความยุ่งยากในการแก้ไขปัญหาและการบำรุงรักษา เมื่อติดตั้งเซ็นเซอร์ที่เหมาะสมกับระบบของคุณ คุณจะสามารถระบุสถานะความสมบูรณ์ของระบบได้อย่างแม่นยำ และดำเนินการบำรุงรักษาที่จำเป็นโดยเร็วที่สุด และที่สำคัญที่สุด เซ็นเซอร์จะให้มุมมองที่ถูกต้องและครบถ้วนว่าระบบไฮดรอลิคของคุณทำงานอย่างไร พูดง่าย ๆ คือเซ็นเซอร์ในระบบไฮดรอลิคสามารถใช้เพื่อควบคุม และตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบไฮดรอลิคของคุณได้

โดยทั่วไป เซ็นเซอร์เป็นเครื่องมือวัดที่ให้ค่าแบบ real time สำหรับตัวแปรในระบบไฮดรอลิค เช่น ความดัน อัตราการไหล ระดับการบรรจุ อุณหภูมิ หรือการปนเปื้อน สำหรับทุกการใช้งาน การระบุค่าที่ถูกต้องของตัวแปรกระบวนการไฮดรอลิคเหล่านี้จะมีประโยชน์ในการระบุว่าระบบของคุณทำงานอย่างไรและจะเกิดปัญหาในขั้นตอนการทำงานไหนบ้าง

ความดันเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทุกส่วนประกอบในระบบไฮดรอลิค ส่วนประกอบทุกชิ้นจะมีระดับแรงดันสูงสุดที่สามารถทนได้ ถ้าได้รับความดันที่สูงกว่านั้น ส่วนประกอบนั้นจะได้รับความเสียหาย และนี่ก็จะเป็นตอนที่เรานำเอาเซ็นเซอร์เข้ามาใช้นั่นเองค่ะ โดยที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจสอบค่าความดันเหล่านี้และควบคุมได้เมื่อจำเป็น ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะมาบอกถึงประเภทและประโยชน์ของเซ็นเซอร์ในระบบไฮดรอลิคกันค่ะ

สารบัญ

  • ประเภทของเซ็นเซอร์ในระบบไฮดรอลิค
    • เซ็นเซอร์ความดัน (Pressure sensors)
    • เลเวลเซ็นเซอร์ (Level sensors)
    • เซ็นเซอร์วัดการไหล (Flow sensors)
    • เซ็นเซอร์อุณหภูมิ (Temperature sensors)
    • เซ็นเซอร์การปนเปื้อน (Contamination sensors)
  • บทสรุป

ประเภทของเซ็นเซอร์ในระบบไฮดรอลิค

ประเภทและประโยชน์ของเซ็นเซอร์ในระบบไฮดรอลิค
  • เซ็นเซอร์ความดัน (Pressure sensors)

การใช้งานเซ็นเซอร์ความดันสามารถพบได้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องมือวัดทางชีวการแพทย์ การบิน อุตสาหกรรมทางทะเล เป็นต้น องค์ประกอบหลักของเซ็นเซอร์ความดันคือตัวตรวจจับ เมื่อแรงดันไปถึงตัวตรวจจับ ตัวตรวจจับจะทำปฏิกิริยากับแรงดันนั้นแล้วส่งสัญญาณเอาต์พุตโดยขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้

  • เลเวลเซ็นเซอร์ (Level sensors)

เลเวลเซ็นเซอร์ในระบบไฮดรอลิคใช้สำหรับตรวจสอบและควบคุมระดับของของไหลภายในพื้นที่บรรจุ เลเวลเซ็นเซอร์สามารถใช้ในงานอุตสาหกรรม และงานในครัวเรือนได้ เช่น เครื่องชงกาแฟ ตัวบ่งชี้ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์ เป็นต้น เซ็นเซอร์เหล่านี้มีประโยชน์มากในการตรวจจับการรั่วไหลของของเหลว เลเวลเซ็นเซอร์ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ เลเวลเซ็นเซอร์อัลตราโซนิก (ultrasonic level sensors) ใช้สำหรับของเหลวที่มีความเหนียวและวัสดุที่มีความหนาแน่นสูง เลเวลเซ็นเซอร์ความจุ (capacitance level sensors) ใช้สำหรับของเหลวที่มีความข้นและของเหลวที่เหลว เลเวลเซ็นเซอร์ออปติคัล (optical level sensors) ใช้สำหรับตรวจจับการรั่วไหลและวัดระดับถัง และเซ็นเซอร์ออปติคัลไมโครเวฟ (microwave optical sensors) ใช้กับสภาพแวดล้อมที่เป็นไอ มีความชื้น และเต็มไปด้วยฝุ่นควัน

  • เซ็นเซอร์วัดการไหล (Flow sensors)

เซ็นเซอร์วัดการไหลเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบและควบคุมอัตราการไหลของของเหลวผ่านระบบ   ไฮดรอลิค เซ็นเซอร์วัดการไหลยังเรียกว่าสวิตช์การไหลหรือเซ็นเซอร์กระแสหรือเครื่องวัดการไหล การประยุกต์ใช้เซ็นเซอร์วัดการไหลสามารถพบได้ในวิศวกรรม พื้นที่ป้องกันการระเบิด การสร้างเครื่องจักรและโรงงาน และการใช้งานที่ไวต่อสุขอนามัย เช่น เครื่องวัดอัตราการไหลของแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องวัดการไหลของกังหัน เครื่องวัดอัตราการไหลของโบลิทาร์ เครื่องวัดอัตราการไหลของมวลความร้อน เป็นต้น

  • เซ็นเซอร์อุณหภูมิ (Temperature sensors)

การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่สูงกว่าเกณฑ์ที่โรงงานผลิตกระบอกไฮดรอลิคกำหนด จะทำให้ระบบไฮดรอลิคเสียหาย เซ็นเซอร์อุณหภูมิใช้ในวงจรไฮดรอลิคเพื่อตรวจจับอุณหภูมิในระบบไฮดรอลิค การใช้งานทั่วไปของเซ็นเซอร์เหล่านี้ ได้แก่ หน่วยแปรรูปอาหาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ การจัดการสารเคมี และระบบควบคุมยานยนต์  เทอร์มิสเตอร์ เซ็นเซอร์อินฟราเรด เป็นต้น พูดง่าย ๆ คือมันเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิที่หาได้ทั่วไปนั่นเองค่ะ

  • เซ็นเซอร์การปนเปื้อน (Contamination sensors)

เซ็นเซอร์การปนเปื้อนมีบทบาทสำคัญในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เซ็นเซอร์เหล่านี้สามารถตรวจสอบการปนเปื้อนหรืออนุภาคที่มีอยู่ในตัวกลางของไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ จากนั้นจึงแสดงผลในจอภาพแบบดิจิทัลหรือแบบ analog การประยุกต์ใช้เซ็นเซอร์การปนเปื้อนสามารถพบได้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การก่อสร้าง เกษตรกรรม เหมืองแร่ ทางทะเล และพลังงานลม เป็นต้น

บทสรุป

ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ระบบไฮดรอลิคมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้มีการใช้งานที่ง่ายขึ้นและป้องกันการเสียหายจากความดันที่อาจสูงเกินค่าที่โรงงานผลิตกระบอกไฮดรอลิคกำหนดได้ โดยการนำเอาเซ็นเซอร์ไฮดรอลิคเข้ามาประยุกต์ใช้กับงานในระบบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจสอบค่าความดันเหล่านี้และควบคุมไม่ให้เกิดความเสียหายได้ค่ะ

บริษัท Thai-A เป็นทั้งผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์ไฮดรอลิค และผู้รับผลิตกระบอกไฮดรอลิค สามารถสั่งทำกระบอกไฮดรอลิคตามวัตถุประสงค์และตามความเหมาะสมกับงาน โดยผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกไฮดรอลิค และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกไฮดรอลิค และรับผลิตกระบอกไฮดรอลิคตามสั่ง สามารถสั่งทำกระบอกไฮดรอลิคคุณภาพดีกับทางเราได้

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
สิ่งเจือปนอันตรายกับระบบไฮดรอลิคมากแค่ไหน

สิ่งเจือปนอันตรายกับระบบไฮดรอลิคมากแค่ไหน ?

สิ่งเจือปนอันตรายกับระบบไฮดรอลิคมากแค่ไหน ? ความเสียหายของระบบไฮดรอลิคมักเกิดขึ้นจากการมีสิ่งเจือปนในน้ำมันไฮดรอลิค แน่นอนเมื่อระบบไฮดรอลิคเกิดความเสียหาย ผลกระทบอื่นๆ จากระบบไฮดรอลิคย่อมเกิดปัญหาตามมาด้วย เช่น

  • เสียเวลาในการผลิต (Down Time) ของเครื่องจักรที่เกิดความเสียหาย ตลอดจนสายการผลิตที่เกี่ยวข้อง
  • เสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอะไหล่หรือชิ้นส่วนของอุปกรณ์ไฮดรอลิคที่ชำรุดเสียหาย
  • เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและการซ่อมบำรุง
  • จำนวนของเสียที่เพิ่มขึ้น (Scrap Rate) เนื่องจากความผิดปกติหรือความเสียหายของเครื่องจักร

ส่วนผลเสียที่เกิดขึ้นกับเครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักรเนื่องจากการที่มีสิ่งสกปรกเจือปนที่เกิดขึ้นได้ เช่น

  • โซลินอยด์วาล์วไหม้ ชำรุดเสียหายหรือทำงานผิดปกติ
  • การเคลื่อนที่ของวาล์วไม่สมูททำให้เกิดเสียงดังผิดปกติขณะวาล์วเคลื่อนที่
  • ปั๊มไฮดรอลิคชำรุดเสียหาย เกิดเสียงดังผิดปกติ ประสิทธิภาพในการทำงานของปั๊มไฮดรอลิคลดลง
  • กระบอกไฮดรอลิคเป็นรอยหรือรั่วซึม

การปนเปื้อนอาจเกิดจากน้ำมันไฮดรอลิค, สิ่งแวดล้อม, การสึกหรอของระบบ, กระบวนการผลิตและการบำรุงรักษา การปนเปื้อนสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนในระบบ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือตรวจสอบความสะอาดของน้ำมันและตัวกรองน้ำมันอยู่เสมอ หากคุณสังเกตเห็นแกนและพื้นผิวกระบอกไฮดรอลิคมีรอยขีดข่วน, การสึกหรอของซีลและมีน้ำมันรั่ว นั่นอาจเป็นผลมาจากการปนเปื้อน ควรตรวจสอบและแก้ไขโดยเร็วที่สุด

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ต้องการสั่งทำกระบอกไฮดรอลิค หรือสนใจวาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค เป็นต้น Thai-A เป็นโรงงานที่รับผลิตกระบอกไฮดรอลิคได้ตามความต้องการ รับผลิตและประกอบกระบอกไฮดรอลิคได้มาตรฐานสากล เราพร้อมผลิตสินค้าเพื่อธุรกิจของท่านด้วยผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี และเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยให้คำปรึกษาท่านอยู่

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
5 ความเชื่อผิด ๆ ที่ส่งผลต่อระบบไฮดรอลิค

5 ความเชื่อผิด ๆ ที่ส่งผลต่อระบบไฮดรอลิค

5 ความเชื่อผิด ๆ ที่ส่งผลต่อระบบไฮดรอลิค การใช้งานระบบไฮดรอลิคในโรงงานอุตสาหกรรมหรืองานผลิตมานาน ก็มักจะเกิดปัญหากับตัวระบบไฮดรอลิค หลายท่านคิดแก้ไขปัญหานี้กันได้บ้างไม่ได้บ้าง โดยอาจจะมาจากความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ฉะนั้นเราไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

ความเชื่อที่ 1 ท่อทางดูดของปั๊มต้องมีกรอง

ไส้กรองทางดูด (Suction Filter) มีขนาด 140 ไมครอน จะถูกขันเข้ากับ Inlet Port ของปั๊ม และแช่อยู่ในถังน้ำมัน กรองเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสในการเกิด Cavitation ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับปั๊มมากกว่า

โดยปกติถ้าถังเก็บน้ำมันที่ใช้ได้รับการทำความสะอาดที่ดีตั้งแต่ต้น ใช้น้ำมันที่สะอาด และมีระบบการกรองที่ท่อไหลกลับ (Return Line Filter) ไส้กรองทางดูดก็ไม่จำเป็น เนื่องจากในน้ำมันไฮดรอลิคไม่มีส่วนประกอบของแข็งที่ใหญ่จนกรองทางดูดดักจับได้ ข้อโต้แย้งหลักก็คือ เราติดตั้งไส้กรองทางดูดก็เพื่อปกป้องปั๊มจากเศษทราย เศษดิน ที่อาจจะบังเอิญเข้ามาในระบบ หรือแม้แต่เศษโลหะจากอุปกรณ์ ที่เกิดการเสียดสีแล้วหลุดออกมาปนไปกับน้ำมัน

ความจริงก็คือ เศษโลหะ หรือเศษดินทราย ที่ว่ามีผลต่อปั๊มน้อยมาก ถ้าเราออกแบบถังเก็บน้ำมันอย่างเหมาะสม และทิ้งปลายท่อทางดูดให้สูงเหนือก้นถังพักไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว เศษชิ้นส่วนทั้งหลายดังกล่าวจะไม่สามารถกลับเข้าสู่ปั๊มได้เลย

ความเชื่อที่ 2 กระบอก Double Acting ตกเนื่องจากซีลลูกสูบรั่ว

เป็นความเชื่อแบบผิด ๆ ที่น่าเชื่อที่สุดในระบบไฮดรอลิค ความจริงก็คือ กระบอกไฮดรอลิคจะไม่ตก ถึงแม้ว่าเราเอาซีลลูกสูบออก โดยที่น้ำมันในกระบอกยังถูกบรรจุอยู่เต็ม และไม่มีการรั่วซึมทางพอร์ทน้ำมันและซีลฝาหน้า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เนื่องจากปริมาตรที่ไม่เท่ากันในแต่ละด้านของลูกสูบ น้ำมันที่อยู่ในกระบอกจึงมีปริมาตรที่แน่นอน ถ้ากระบอกตกหรือลูกสูบเปลี่ยนตำแหน่ง จะทำให้ปริมาตรภายในกระบอกเปลี่ยนไป ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระบบปิด เนื่องจากน้ำมันเป็นของเหลวที่อัดตัวไม่ได้ (ที่อุณหภูมิปกติ) นอกจากน้ำมันจะหนีออกทางพอร์ท หรือซีลฝาหน้า

โดยหลักการนี้เราจะได้ข้อยกเว้นที่สำคัญ 2 ประการ นั่นคือ

1. กระบอก Double Rod ที่มีพื้นที่หน้าตัดของลูกสูบเท่ากันทั้งสองด้าน

2. เมื่อกระบอกหิ้วโหลดที่มีน้ำหนักมาก ๆ ทำให้เกิดแรงดันสูงด้านปลายแกน น้ำมันจะสามารถหนีไปทางด้านปลายกระบอก ในกรณีนี้จะเกิดร่วมกับการเกิดสุญญากาศด้านปลายกระบอกด้วย

ความเชื่อที่ 3 น้ำมันไฮดรอลิคถังใหม่คือน้ำมันที่สะอาด

น้ำมันไฮดรอลิคใหม่จากถัง 200 ลิตร มีค่าความสะอาดตามมาตรฐาน ISO 4406 23/21/18 ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายน้อยมากเมื่อเทียบกับโรงงานที่ผลิตน้ำมันเหล่านี้ใช้ปั๊มขนาด 25 แกลลอนต่อนาที ซึ่งสามารถหมุนเวียนเศษฝุ่นผงได้ถึง 3500 ปอนด์ต่อปี ดังนั้นเพื่อที่เราจะไม่ต้องเติมฝุ่นผงเหล่านี้เข้าไปในระบบ จึงควรที่จะกรองน้ำมันใหม่ทุกครั้ง ขั้นตอนง่าย ๆ ก็คือกรองด้วย Return Line Filter โดยต่อข้อต่อสามทางไว้ที่กรองรีเทิร์นแล้วติด Quick Coupling เอาไว้ เวลาจะเติมน้ำมันก็ปั๊มเข้าทางนี้ แค่นี้ก็จะช่วยลดการปนเปื้อนในน้ำมันไฮดรอลิคได้แล้วค่ะ

ความเชื่อที่ 4  เนื่องจากน้ำมันไหลผ่านอุปกรณ์ไฮดรอลิคทุกตัวอยู่แล้ว เวลาติดตั้งไม่ต้องอ่านคู่มือ

มอเตอร์ลูกสูบเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วต้องมีการเติมน้ำมันไฮดรอลิคเข้าไปในเคสของมอเตอร์ก่อนเริ่มทำงาน ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนกับเราขับรถโดยที่ไม่ใส่น้ำมันเครื่อง อย่าลืมอ่านคู่มือทุกครั้งที่ติดตั้งอุปกรณ์

ความเชื่อที่ 5  ท่อน้ำมันที่ไหลกลับถังทั้งหมดต้องผ่านกรอง

อันนี้เกือบจะจริง แต่มีข้อยกเว้นที่สำคัญคือตำแหน่งที่ case drain ของปั๊มหรือมอเตอร์แบบลูกสูบ เนื่องจากท่อ drain ต้องการการไหลกลับที่สะดวก เพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันในเสื้อปั๊มหรือมอเตอร์แบบลูกสูบสูงเกินไป ซึ่งจะทำให้ Lip Sealและ Shaft Seal พังได้

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก ไม่ว่าจะเป็น กระบอกไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิค และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกไฮดรอลิค และรับผลิตกระบอกไฮดรอลิคตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่น่าสนใจ

Read More
ก้านลูกสูบสำคัญกับกระบอกไฮดรอลิคอย่างไร ?

ก้านลูกสูบสำคัญกับกระบอกไฮดรอลิคอย่างไร ?

ก้านลูกสูบสำคัญกับกระบอกไฮดรอลิคอย่างไร ? ความสำคัญของก้านกระบอกลูกสูบในกระบอกไฮดรอลิค ก้านกระบอกลูกสูบ หรือ piston rod เป็นแกนลูกสูบที่มีความยาวของการกลึงที่แม่นยำของแท่งเหล็กสำเร็จรูป ที่ถูกชุบด้วยโครเมียมแบบเย็น ถือเป็นส่วนประกอบพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อกระบอกไฮดรอลิคและกระบอกนิวเมติกส์ทุกกระบอก เพราะโดยปกติแล้วก้านกระบอกลูกสูบจะเป็นตัวส่งแรงที่สร้างขึ้นโดยลูกสูบ ไปยังส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องจักรที่ทำงาน และแม้ว่าก้านกระบอกลูกสูบจะเป็นส่วนที่สำคัญของกระบอกไฮดรอลิค แต่ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่มักจะละเลยต่อความเสียหายเล็กน้อย และใช้ก้านลูกสูบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีปัญหาที่ร้ายแรงเกิดขึ้น และทำให้กระบอกไฮดรอลิคเกิดความเสียหายได้ ฉะนั้นผู้อ่านอย่าละเลย และหมั่นตรวจหาสาเหตุที่ทำให้ก้านลมสูบเกิดความเสียหายนะคะ

ก้านลูกสูบสำคัญกับกระบอกไฮดรอลิคอย่างไร ?

สาเหตุที่ทำให้กระบอกไฮดรอลิคเกิดความเสียหาย

ศัตรูที่ใหญ่ที่สุดของกระบอกไฮดรอลิค คือ ความเสียหายของซีล หรือก้านลูกสูบในกระบอกไฮดรอลิคค่ะ ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้ซีล หรือก้านลูกสูบในกระบอกไฮดรอลิคมีการทำงานล้มเหลว นั่นก็คือสนิม การกระแทก และการกัดกร่อนอื่น ๆ ทำให้เกิดความเสียหาย ต่อไปนี้ หากกระบอกไฮดรอลิคของตนไม่มีประสิทธิภาพ

  • ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น จากการที่ต้องหยุดเครื่องจักร เพื่อซ่อมบำรุง (Maintenance Breakdown)
  • สูญเสียรายได้ จากการทำงานของเครื่องจักรในช่วงเวลานั้นไป
  • ใช้เวลาในการซ่อมบำรุงนาน (Maintenance)

แต่ผู้ผลิต Thai-A ให้ความสำคัญและได้หาหนทางในการแก้ไขปัญหาสนิม และการกัดกร่อนอื่น ๆ ในกระบอกไฮดรอลิค มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับปรุงทางเทคโนโลยีและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อต่อสู้กับการกัดกร่อนจนสำเร็จ ทำให้กระบอกไฮดรอลิคของ Thai-A มีประสิทธิภาพ ทนทาน และสามารถใช้งานได้ยาวนานอย่างแน่นอนค่ะ

ก้านลูกสูบสำคัญกับกระบอกไฮดรอลิคอย่างไร ?

เคล็ดลับในการดูแลกระบอกไฮดรอลิค

การบำรุงรักษากระบอกสูบที่เหมาะสมอาจจะต้องเริ่มต้นจาก การเลือกซื้อน้ำมันไฮดรอลิคให้เหมาะสม กับเครื่องจักรที่ใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อให้ทั้งระบบไฮดรอลิคและกระบอกไฮดรอลิคทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ระบบจ่ายน้ำมันของคุณทำงานได้อย่างราบรื่น คุณสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

  • ตรวจสอบระบบน้ำมันหล่อลื่น
  • ตรวจสอบกระบอกสูบของคุณเป็นประจำ
  • เปลี่ยนกระบอกสูบสำรอง
  • รักษาน้ำมันของคุณให้สะอาดเสมอ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค เป็นต้น Thai-A เป็นโรงงานรับผลิตกระบอกไฮดรอลิค ประกอบกระบอกไฮดรอลิคได้ตามความต้องการ ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตกระบอกเราก็พร้อมผลิตสินค้าเพื่อธุรกิจของคุณ จากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี และเรามีทีมงานที่มากประสบการณ์คอยให้คำปรึกษา

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่น่าสนใจ

Read More
แนวทางการป้องกันการปนเปื้อนในระบบไฮดรอลิก

แนวทางการป้องกันการปนเปื้อนในระบบไฮดรอลิก

แนวทางการป้องกันการปนเปื้อนในระบบไฮดรอลิก ความล้มเหลวในการทำงานของระบบไฮดรอลิกแรงดันสูงส่วนใหญ่เกิดจากการปนเปื้อนของน้ำมันไฮดรอลิก เนื่องจากอนุภาคที่ละลายในน้ำมันไม่หมด ทำให้เกิดปัญหาเรื่องคุณภาพของน้ำมันไฮดรอลิก ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความล้มเหลวอย่างรุนแรงในระบบไฮดรอลิก แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะในบทความนี้แอดมินจะมาบอกถึงแนวทางในการลดผลกระทบจากปัญหาสิ่งสกปรกและสารปนเปื้อนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการใช้ระบบไฮดรอลิกกันค่ะ  

แนวทางการป้องกันการปนเปื้อนในระบบไฮดรอลิก

สารบัญ

  • การดูแลรักษาระบบไฮดรอลิกเพื่อลดการปนเปื้อนของของไหลไฮดรอลิก
  • การดูแลและบำรุงรักษาไฮดรอลิกเพื่อเพิ่มความสะอาดในกระบอกไฮดรอลิก
  • ความสะอาดและการปนเปื้อนที่สำคัญต่อการใช้ไฮดรอลิก
  • บทสรุป

การดูแลรักษาระบบไฮดรอลิกเพื่อลดการปนเปื้อนของของไหลไฮดรอลิก

ที่จริงแล้วเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนในน้ำมันไฮดรอลิกได้ เพราะน้ำมันไฮดรอลิกนั้นมีการปนเปื้อนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เราควรรักษาระดับการปนเปื้อนที่สามารถยอมรับได้ ฉะนั้นผู้อ่านจะต้องตรวจสอบน้ำมันไฮดรอลิกเป็นประจำ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. กรองน้ำมันใหม่ก่อนเติมลงในระบบไฮดรอลิก: แม้จะเป็นน้ำมันใหม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นน้ำมันที่พร้อมใช้ในระบบเลย ฉะนั้นคุณจะต้องกรองน้ำมันใหม่ก่อนโหลดเสมอ
  2. จับคู่ความสะอาดของน้ำมันกับข้อกำหนดของระบบ: ทำความเข้าใจข้อกำหนดที่กำหนดโดยผู้ผลิตระบบ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าการกรองที่คุณเลือกเป็นไปตามระดับนั้น
  3. เลือกพิจารณาระบบไฮดรอลิกที่ออกแบบให้มีระบบกรองที่เข้าถึงได้ง่าย มิฉะนั้นการบำรุงรักษาและการเปลี่ยนแผ่นกรองอาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับคุณ
  4. กำหนดตารางการบำรุงรักษา ตามวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติงาน สภาพแวดล้อม ตำแหน่งและความถี่ในการใช้งานระบบไฮดรอลิก และการออกแบบระบบการกรอง
  5. ทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ แผ่นกรองก่อนเปลี่ยน เพื่อป้องกันไม่ให้อนุภาคสิ่งสกปรกเข้าสู่ระบบไฮดรอลิกโดยไม่ได้ตั้งใจ
แนวทางการป้องกันการปนเปื้อนในระบบไฮดรอลิก

การดูแลและบำรุงรักษาไฮดรอลิกเพื่อเพิ่มความสะอาดในกระบอกไฮดรอลิก

กระบอกไฮดรอลิกส่วนใหญ่มาพร้อมกับที่ปัดที่จะเช็ดสิ่งสกปรกที่อาจติดอยู่ในซีลและเข้าไปปนเปื้อนในน้ำมันไฮดรอลิกได้ โดยส่วนใหญ่ที่ปัดเหล่านี้อาจจะไม่ใช่วิธีการรักษาที่ดีที่สุด คุณจึงต้องมีการทำความสะอาดอุปกรณ์ส่วนต่างๆ ในไฮดรอลิก และรักษาความสะอาดสภาพแวดล้อมที่ปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการใช้ที่ปัดด้วย

ความสะอาดและการปนเปื้อนที่สำคัญต่อการใช้ไฮดรอลิก

Clean Hydraulic Fluid เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของระบบไฮดรอลิก เพราะระบบไฮดรอลิกอาศัยน้ำมันไฮดรอลิกในการถ่ายโอนกำลังและหล่อลื่นส่วนประกอบที่สำคัญในระบบ และเมื่อระบบล้มเหลว สาเหตุส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของของไหล แม้ว่าตอนนี้ระบบไฮดรอลิกจะมีที่ปัดน้ำฝนและตัวกรองที่มีประสิทธิภาพซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนแล้วก็ตาม แต่ความสะอาดของอุปกรณ์ในส่วนอื่น ๆ และคุณภาพของซีลก็ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออายุการใช้งานของระบบไฮดรอลิกอีกเช่นกัน

บทสรุป

น้ำมันไฮดรอลิกเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบไฮดรอลิกทำงาน จากการถ่ายโอนและหล่อลื่นส่วนต่าง ๆ แต่เมื่อน้ำมันไฮดรอลิกมีการปนเปื้อนที่เกินค่าที่กำหนด จะส่งผลทำให้เกิดการล้มเหลวของระบบไฮดรอลิก ฉะนั้นเราจะต้องทำให้แน่ใจว่าบริเวณที่ระบบปฏิบัติงาน ส่วนประกอบของไฮดรอลิก และน้ำมันไฮดรอลิกมีความสะอาด และลดการปนเปื้อนให้ได้มากที่สุด โดยการหมั่นตรวจสอบความสะอาดเป็นประจำ และทำตามขั้นตอนที่แอดมินได้กล่าวไปข้างต้น เพื่อรักษาระบบไฮดรอลิกให้มีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
กระบอกไฮดรอลิค กับความปลอดภัย

กระบอกไฮดรอลิค กับความปลอดภัย

กระบอกไฮดรอลิค กับความปลอดภัย กระบอกไฮดรอลิคสร้างแรงงานกลโดยแปลงพลังงานสะสมเพื่อเคลื่อนลูกสูบไปในทิศทางเชิงเส้น ทำให้สามารถยกของหนัก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่มีการใช้แรงมากขนาดนี้ อาจเกิดอันตรายได้หากใช้กระบอกไฮดรอลิคผิดวิธี นอกเหนือจากการผลิตกระบอกไฮดรอลิคที่ต้องมีคุณภาพแล้ว การได้รับการฝึกอบรมที่เหมาะสม การใส่อุปกรณ์ป้องกันตัวที่ถูกวิธี และพิจารณาด้านความปลอดภัยของกระบอกสูบไฮดรอลิคก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้อุปกรณ์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้คุณปลอดภัย ในส่วนของการสั่งผลิตกระบอกไฮดรอลิคเราจะให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนดำเนินการ ฉะนั้นในบทความนี้แอดมินจะโฟกัสที่การใช้กระบอกไฮดรอลิคอย่างไรให้ปลอดภัยกันค่ะ

กระบอกไฮดรอลิค กับความปลอดภัย

สารบัญ

  • ใช้กระบอกไฮดรอลิคอย่างไรให้ปลอดภัย
  • บทสรุป

ใช้กระบอกไฮดรอลิคอย่างไรให้ปลอดภัย

เลือกกระบอกไฮดรอลิคให้เหมาะกับงาน

  • สิ่งแรกที่คุณต้องรู้คือน้ำหนักที่กระบอกไฮดรอลิคสามารถยกได้ คุณสามารถหาจำนวนปอนด์ที่ต้องยกได้โดยการคูณพื้นที่ประสิทธิผลของแรม (EAR) ด้วยแรงดันของเหลว (FP) EAR (เป็นตารางนิ้ว) x FP (psi) = แรง (ปอนด์)
  • ต่อไป ให้หาน้ำหนักของสิ่งที่คุณตั้งใจจะยกและเลือกแรมที่มีความจุมากกว่าอย่างน้อย 20% ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการยกวัตถุ 8 ตัน คุณต้องใช้กระบอกสูบ 10 ตัน

ความมั่นคงเป็นกุญแจสำคัญ

  • กระบอกไฮดรอลิคทุกอันต้องมีฐานรองที่มั่นคง ไม่ว่าจะใช้ทีละตัวหรือทั้งระบบ แรมแต่ละตัวควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่บนฐานที่แข็งแรง มั่นคง และไม่เคลื่อนที่
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวโหลดอยู่กึ่งกลางที่จุดยกของแรม
  • เมื่อใช้แรมหลายตัว ให้กระจายตัวโหลดอย่างเท่าเทียมกัน แต่ในการทำเช่นนี้ คุณจะต้องสามารถระบุตำแหน่งและจำนวนจุดยกที่จะยอมให้โหลดกระจายไปยังแรมทั้งหมดเท่า ๆ กัน

รู้วิธีจัดเก็บกระบอกสูบอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันความเสียหายและการบาดเจ็บ

  • เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีปริมาณน้ำมันไฮดรอลิคที่เหมาะสมสำหรับแรม หากไม่มีของเหลวเพียงพอ ความดันสามารถสร้างขึ้นและเส้นสามารถระเบิดได้ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง

ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระบอกสูบและปั๊มมีความพอดี

  • เลือกปั๊มแรงดันสูงที่เหมาะสำหรับกระบอกสูบไฮดรอลิคที่คุณใช้เพื่อให้แน่ใจว่ามีความจุน้ำมัน การไหล และกำลังที่เหมาะสม

ห้ามยุ่งกับวาล์วระบาย

  • โดยทั่วไปแล้ววาล์วเหล่านี้จะพบได้ในกระบอกสูบแบบสองทางที่มีขนาด 100T ขึ้นไป และถูกใช้เพื่อให้แน่ใจว่ากระบอกไฮดรอลิคมีของเหลวและแรงดันในปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้นคุณจึงไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับวาล์วเหล่านี้

บทสรุป

กระบอกไฮดรอลิคแรงดันสูงสร้างแรงที่จำเป็นสำหรับระบบไฮดรอลิคให้สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม และด้วยกำลังที่ต้องการมากนั้นจึงนำมาซึ่งการพิจารณาด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ซึ่งประกอบด้วย การเลือกซื้อจากบริษัทที่รับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิคที่มีคุณภาพ การปฏิบัติตามแนวทางการใช้งานที่เหมาะสม การตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ใช้กระบอกสูบที่ถูกต้องสำหรับงานที่คุณทำ และการทำให้แน่ใจว่าชิ้นส่วนต่าง ๆ อยู่ในสภาพดี

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิค วาล์วไฮดรอลิค และปั๊มไฮดรอลิค Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกไฮดรอลิคละเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิคมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกไฮดรอลิค และประกอบกระบอกไฮดรอลิค ผลิตกระบอกไฮดรอลิคตามสั่ง สามารถสั่งทำกระบอกสูบไฮดรอลิคคุณภาพดีกับทางเราได้

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

บทความที่น่าสนใจ

Read More
ปั๊มไฮดรอลิกเสียงดัง เกิดจากอะไร

ปั๊มไฮดรอลิกเสียงดัง เกิดจากอะไร ?

ปั๊มไฮดรอลิกเสียงดัง เกิดจากอะไร ? เป็นระบบส่งถ่ายพลังงานของของไหล เป็นตัวขับเคลื่อนการทำงานในรูปของ อัตราการไหล และความดัน เปลี่ยนเป็นพลังงานกล โดยผ่านตัวกระทำ เช่น กระบอกสูบ มอเตอร์ไฮดรอลิก ในอุตสาหกรรม และงานก่อสร้างต่าง ๆ แต่หากใช้ไปสักพักและเกิดอาการของปั๊มไฮดรอลิกมีเสียง มาลองเช็คกันดูค่ะ

สาเหตุหลักที่ทำให้ปั๊มไฮดรอลิกมีเสียงดัง แบ่งออกได้เป็น 2 สาเหตุหลัก ๆ คือ

สาเหตุที่เกิดจากอุปกรณ์ไฮดรอลิก

  • กรองขาดูด หรือท่อทางด้านดูด และไส้กรอง เกิดการอุดตัน เนื่องจากมีสิ่งสกปรก หรือสารแขวนลอยมาก
  • มีอากาศรั่ว เข้าทางด้านดูดของปั๊มไฮดรอลิก มีอากาศรั่วเข้าบริเวณข้อต่อ และช่องว่างระหว่าง เพลาปั๊มกับซีล
  • ยอยด์ต่อไม่ได้ศูนย์กลาง
  • รอบหมุนของปั๊ม สูงเกินไป
  • กรองด้านขาดูด มีขนาดไม่เหมาะสม

สาเหตุที่เกิดจากสารหล่อลื่น

  • มีความหนืดของน้ำมัน ที่สูงหรือต่ำเกินไป ไม่ตรงกับคำแนะนำในคู่มือการใช้งาน
  • ระดับน้ำมัน สูงหรือต่ำเกินไป ไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติตามที่กำหนดในคู่มือของเครื่องจักร
  • อุณหภูมิของน้ำมัน สูงจนผิดปกติ
  • มีน้ำรั่ว เข้าไปในระบบผสมกับน้ำมัน ทำให้น้ำมันเสื่อมคุณภาพ
  • เกิดฟองอากาศ ในน้ำมัน ถ้าเกิดฟองอากาศมาก จะส่งผลให้ ความดันในระบบไม่คงที่

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
การทำงานของเครื่องขุดร่องลึกไฮดรอลิก

การทำงานของไฮดรอลิกในเครื่องขุดร่องลึก ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

การทำงานของไฮดรอลิกในเครื่องขุดร่องลึก ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง Trencher เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ขุดสนาม เนื่องจากสามารถเจาะพื้นและทำลายหินและดิน เพื่อให้เกิดร่องลึกในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งความลึกของร่องนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามรุ่นของเครื่องขุด ตั้งแต่รุ่นเล็กๆ ที่ใช้ขุดสนามเพลาะในสวน ไปจนถึงรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการขุดร่องลึกในอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถขุดรูขนาดใหญ่ได้ นิยมใช้สำหรับงานวางท่อ วางสายเคเบิล หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบายน้ำ เป็นต้น

การทำงานของไฮดรอลิกในเครื่องขุดร่องลึก ในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง
ขอบคุณรูปภาพจาก iStockphoto

เครื่องขุดร่องลึกมีด้วยกันหลายประเภท ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น เครื่องขุดร่องลึกแบบโซ่ ซึ่งใช้ในการขุดพื้นแข็ง เครื่องขุดร่องลึกแบบมีล้อ เพื่อสร้างร่องลึกสำหรับถนนและทางเท้า เครื่องขุดขนาดเล็ก ใช้เพื่อสร้างร่องลึกแคบในเขตเมือง และเครื่องขุดร่องลึกแบบพกพา เพื่อติดตั้งขอบแนวชลประทาน

สมัยก่อน การขุดร่องลึกเป็นหนึ่งในงานที่ซับซ้อนและอันตรายที่สุด แต่เมื่อมีการพัฒนาของเครื่องขุดร่องลึก หรือ Trencher กระบวนการก่อสร้างจึงทำได้เร็วและง่ายขึ้นมาก ซึ่ง Trencher นี้ช่วยลดความเสี่ยงของไซต์งาน ลดต้นทุน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง และความแม่นยำ ซึ่งเป็นข้อดีของเครื่องขุดร่องลึก โดยเครื่องขุดนี้สามารถขุดดินด้วยการเคลื่อนไหลอย่างต่อเนื่อง ความกว้างและความลึกรูที่ต้องการขุดสามารถปรับขนาดได้ตามอุปกรณ์ยึดร่องสลักที่เลือก ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะมาอธิบายถึงหลักการทำงานพื้นฐานของเครื่องขุดร่องลึกโซ่ ซึ่งมีการนำเอาระบบไฮดรอลิกมาใช้ในเครื่องจักรกลนี้ด้วย

ส่วนประกอบหลักของเครื่องขุดร่องลึกโซ่นี้ คือโซ่ขุด (digging chain), บูมขุด (digging boom), สว่าน (auger with slinger), บูมครัมเปอร์ (crumber boom), ชูครัมเปอร์ (crumber shoe), สลักล็อค (side shift locking pin), มอเตอร์ไฮดรอลิก, ตัวปรับความตึงของโซ่ (chain tension adjustment) ฯลฯ การออกแบบเครื่องขุดร่องลึกโซ่ได้รวมดอกสว่านเพื่อป้องกันไม่ให้ดินที่ขุดกลับเข้าไปในร่องลึก ดินนี้จะถูกยกขึ้นโดยใช้สายพานลำเลียงเพื่อขนส่งไปยังรถพ่วง ในขณะที่ชุดไฮดรอลิกของเครื่องขุด จะประกอบด้วยท่ออ่อน ข้อต่อ และข้อต่อสำหรับถ่ายโอนของเหลวที่มีแรงดันไปยังส่วนประกอบไฮดรอลิกต่าง ๆ

การทำงานของไฮดรอลิก ในเครื่องขุดร่องลึก

ที่จริงแล้วเครื่องขุดร่องลึกที่พ่วงมากับเครื่องจักรก่อสร้าง จะมีระบบไฮดรอลิกเสริมสำหรับเปิดเครื่องขุดร่องลึก การเอียง การยก หรือการลดระดับของร่องลึกทั้งหมดทำได้โดยใช้กลไกไฮดรอลิกที่อยู่ในเครื่องจักรก่อสร้าง ส่วนการสตาร์ทและการหยุดของเครื่องขุดร่องลึกจะถูกควบคุมโดยไฮดรอลิกเสริม นอกจากนี้ระบบควบคุมไฮดรอลิกเสริมยังควบคุมความเร็วของเครื่องขุดร่องลึก โดยปรับการไหลของของไหลผ่านวงจรไฮดรอลิกอีกด้วย

บทสรุป

Trencher เป็นเครื่องขุดร่องลึก มีตั้งแต่ขนาดเล็กที่ใช้ในสวน ไปจนถึงขนาดอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง นิยมใช้ในการวางท่อ การวางสายเคเบิล เป็นต้น ในบทความนี้แอดมินพูดถึงเครื่องขุดร่องลึกแบบโซ่ ซึ่งพ่วงมากับเครื่องจักรกลหนักในการก่อสร้าง โดยเครื่องจักรกลหนักที่เป็นตัวหลักนี้จะใช้ระบบไฮดอรลิกหลัก เพื่อควบคุมการลาดเอียง การยก หรือการลดระดับของเครื่องขุดร่องลึก แต่การสตาร์ทหรือดับเครื่องขุดหรือควบคุมความเร็วของเครื่องขุดจะถูกควบคุมด้วยไฮดรอลิกเสริม

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More
วิธีการเลือกกระบอกสูบไฮดรอลิกสำหรับงานยก

วิธีการเลือกกระบอกสูบไฮดรอลิกสำหรับงานยก

วิธีการเลือกกระบอกสูบไฮดรอลิกสำหรับงานยก การเลือกหาขนาดกระบอกสูบไฮดรอลิกให้เหมาะสมกับงานยกแต่ละประเภทเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการยกของของชิ้นเล็ก ๆ ไปจนถึงการยกของหนัก หากเลือกกระบอกสูบที่เล็กเกินไป คุณจะไม่สามารถยกของนั้นได้และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานได้ อย่างน้อยที่สุดคุณอาจจะต้องกลับไปที่ร้านเพื่อซื้อกระบอกสูบไฮดรอลิกที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นการเลือกกระบอกสูบไฮดรอลิกจึงไม่ควรเป็นเกมการเดา และเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เราจึงควรคิดหาความจุโหลดของกระบอกสูบไฮดรอลิกก่อนที่จะเริ่มงาน การคำนวณอย่างง่ายจะช่วยให้มั่นใจได้ว่ากระบอกสูบไฮดรอลิกของคุณจะสามารถรับมือกับงานที่คุณต้องการจะยกได้ ซึ่งในบทความนี้แอดมินจะมาบอกถึงวิธีการคำนวณขนาดของกระบอกสูบไฮดรอลิกให้เหมาะกับงานยกของผู้อ่านกันค่ะ

สารบัญ
  • วิธีคิดหาขนาดของกระบอกสูบไฮดรอลิก   
  • ขั้นตอนที่ 1: ประเมินน้ำหนักสิ่งของที่คุณจะยก
  • ขั้นตอนที่ 2: หาค่าแรงดันไฮดรอลิก
  • ขั้นตอนที่ 3: หาจำนวนจุดยึด
  • ขั้นตอนที่ 4: คำนึงถึงปัจจัยด้านความปลอดภัยเสมอ

วิธีคิดหาขนาดของกระบอกสูบไฮดรอลิก          

#ขั้นตอนที่ 1: ประเมินน้ำหนักสิ่งของที่คุณจะยก

คุณจำเป็นต้องรู้ถึงน้ำหนักโดยประมาณของสิ่งของที่คุณต้องการจะยก และถ้าสามารถรู้น้ำหนักได้แม่นยำมากเท่าไหร่ ยิ่งดีมากเท่านั้น แต่ถ้าคุณไม่สามารถรู้แน่ชัดได้ และต้องประเมินน้ำหนักคร่าว ๆ แอดมินแนะนำให้คุณตั้งค่าน้ำหนักที่บวกเพิ่มขึ้นไปอีก คิดซะว่าเกินดีกว่าขาดค่ะ เพราะคุณคงไม่อยากให้การยกล้มเหลวแน่นอน ฉะนั้นการพิจารณาว่าของที่ต้องการจะยกมีน้ำหนักเท่าไหร่ จึงมีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกใช้กระบอกสูบไฮดรอลิก

#ขั้นตอนที่ 2: รู้ค่าแรงดันไฮดรอลิก

แรงดันไฮดรอลิกจากปั๊มไฮดรอลิกของคุณต้องมีเพียงพอ เพื่อให้มีแรงดันที่เพียงพอต่อการทำงานของกระบอกสูบไฮดรอลิกและสามารถยกน้ำหนักที่ต้องการได้ ขนาดของกระบอกสูบจะเปล่าประโยชน์ไปเลย หากคุณไม่สามารถจ่ายแรงดันที่เพียงพอได้

#ขั้นตอนที่ 3: หาจำนวนจุดยึด

ลิฟต์บางตัวเป็นลิฟต์แบบจุดเดียวธรรมดา แต่บางครั้งอาจไม่สามารถปรับสมดุลน้ำหนักบรรทุกด้วยจุดเดียวได้ ดังนั้นจึงต้องใช้สองจุดขึ้นไป เมื่อคุณทราบจำนวนจุดยึดและน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดที่คุณจะยก คุณสามารถคำนวณหาขนาดกระบอกสูบที่ต้องการได้ โดยการหารน้ำหนักที่ต้องการยกทั้งหมดด้วยจำนวนจุด ตัวอย่างเช่น การบรรทุกน้ำหนัก 100 ตันที่มีจุดยึดหนึ่งจุดจะต้องใช้กระบอกสูบไฮดรอลิกอย่างน้อย 100 ตัน ในขณะที่การบรรทุกแบบเดียวกันที่มีจุดยึด สี่จุดนั้นจะต้องใช้กระบอกสูบไฮดรอลิกขนาด 25 ตัน จำนวน 4 กระบอก

#ขั้นตอนที่ 4: คำนึงถึงปัจจัยด้านความปลอดภัยเสมอ

คุณคงไม่อยากให้กระบอกสูบไฮดรอลิกทำงานเกินขีดจำกัดความจุของกระบอกสูบไฮดรอลิกอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ อย่างน้อยที่สุด คุณควรใช้กระบอกสูบที่มีความจุ 125% ของความจุที่ต้องการ และถ้าเป็นไปได้ คุณควรมีกระบอกสูบ ที่สามารถรับน้ำหนักได้ 1.5 เท่าถึง 2 เท่าของน้ำหนักที่คุณต้องการยก

บทสรุป

การประเมินค่าโดยประมาณของงานที่เราต้องการจะยก ค่าแรงดันของปั๊มไฮดรอลิกที่คุณมีอยู่ในขณะนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อหาค่าขนาดกระบอกสูบไฮดรอลิก และการเลือกขนาดกระบอกสูบไฮดรอลิกให้เหมาะสมกับงานที่เราต้องการจะยกนั้นเป็นสิ่งที่เราจะต้องคำนึง มิฉะนั้นอาจเกิดความเสียหายไม่มากก็น้อยตามมาได้นั่นเองค่ะ ซึ่งเราสามารถหาค่าขนาดกระบอกสูบอย่างง่าย ๆ ตาม 4 ขั้นตอนที่กล่าวมา หรือคุณสามารถสอบถามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระบอกสูบไฮดรอลิกก่อนซื้อได้ค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาสินค้าเกี่ยวกับระบบไฮดรอลิก ไม่ว่าจะเป็น กระบอกสูบไฮดรอลิก วาล์วไฮดรอลิก และปั๊มไฮดรอลิก Thai-A เราเป็นโรงงานผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบไฮดรอลิกมายาวนานกว่า 50 ปี เรายินดีรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิก และรับผลิตกระบอกสูบไฮดรอลิกตามสั่ง

สนใจสอบถามได้ที่

โทร : 02-026-3854

E-mail : webmaster@teacgroup.com

Facebook : thaiagency

Line ID : @thaiagency

Read More